วัฒนธรรมชนวัวกับการพนัน

หลายๆคนอาจจะเคยชินหูคำว่า วัวชน หรือ ชนวัว จากเพลงยอดนิยมกันมาบ้าง แต่จะมีใครรู้สักกี่คนว่าประวัติความเป็นมาของการ ชนวัว

นั้นเกิดขึ้นได้ยังไง เริ่มจากที่ไหน บทความนี้พาผู้อ่านไปรู้จักวัฒนธรรมวัวชนของทางปักษ์ใต้กันครับ ชนวัวเป็นวัฒนธรรมท้องถิ่นของชุมชนตามลุ่มทะเลสาบจังหวัดสงขลา จังหวัดปัตตานี ที่ลุ่มโกลก รวมทั้งไชยาพุมเรียง คาดว่าได้รับอิทธิพลมาจากการติดต่อค้าขายของโปรตุๆกีส ยุค 2061 เข้ามายังพื้นที่นครศรีธรรมราช จังหวัดปัตตานี และก็มะริวัวชนนั้นใช่ว่าจะเอาโคเลี้ยงบ้านมาทำการแข่งขันชนกันนั้นไม่ได้ ด้วยเหตุว่าสายพันธุ์มีส่วนอย่างยิ่งสำหรับการเลี้ยงเพื่อชิงชัยโดยยิ่งไปกว่านั้น ลักษณะสำคัญของวัวชนนั้นควรมี ขาสั้น หูเล็ก โหนกใหญ่ เหนียงคอสั้น เขาแข็งแรงปลายแหลมโค้ง ขนสั้นละเอียด เวลาบดน้ำลายเป็นฟอง กีบตื้นเด่นชัด ส่วนลักษณะสายพันธุ์ที่นิยมนั้นอย่างเช่น อุสุภราช นิล แล้วก็บิณฑ์น้ำข้าว การเลี้ยงวัวชนนั้นจึงควรเลี้ยงอย่างยอดเยี่ยม มีต้นหญ้าน้ำให้รับประทานสมบูรณ์บริบูรณ์ อาบน้ำวันละ รอบ และก็จะต้องพาออกกำลังกายทุกวันเช้าตรู่เย็นเพื่อเพิ่มความฟิตแล้วก็ความแข็งแกร่งให้กับกล้าม โดยมีการใช้ไม้ตีที่สันคอแต่ละวันเพื่อมีกล้ามขึ้นที่คอและก็ฝึกฝนชนร่วมกับวัวตัวอื่นๆอย่างกับฝึกมวย ก่อนวันชนนี่ห้ามให้ใครกันแน่ใกล้เพื่อป้องกันการลอบวางยาหรือทำของใส่วัว พูดได้ว่าดูแลดียิ่งกว่าคนที่อาศัยอยู่ภายในครอบครัวเสียอีก ก่อนวันชนจะมีการเทียบวัวเหมือนเปรียบเทียบมวยเป็น เอาวัวชนมาเทียบไซส์วัดกันว่าตัวไหนเหนือกว่าเสียเปรียบ ถ้าหากไม่ต่างกันมากเท่าไรนักถึงจะกระทำการตกลงชนกัน คล้ายๆชั่งน้ำหนักก่อนขึ้นสังเวียนของนักมวย เมื่อเปรียบเทียบวัวกันเรียบร้อยและจากนั้นก็ถึงเวลาที่จะตกลงกันเรื่องวางเดิมพัน มากมายน้อยขึ้นกับแต่ละข้างจะตกลงกัน แม้กระนั้นหากข้างใดไม่นำวัวของตนมาชนตามวันที่ระบุ จำต้องเสียค่าปรับครึ่งหนึ่งหรือทั้งหมดให้แก่ทางสนาม รวมทั้งควรจะมีการมัดจดจำไว้ในปริมาณร้อยละ 30 ถึงจะกำหนดวันชนโค ธรรมดาแล้วทางสนามจะเป็นคนจัดรายการเอง โดยตารางการชนชอบระบุอย่างแน่แท้ราวกับมวย หลังจากเปรียบวัวกันเรียบร้อยแล้วจะมีกำหนดเวลา สัปดาห์เป็นขั้นต่ำสำหรับเพื่อการให้วัวเตรียมตัวก่อนที่จะชน ก่อนวันสองสามวัน จะมีแพทย์วัวเสกหญ้ารวมทั้งน้ำให้กิน บางครั้งอาจจะมีการบำรุงด้วยไข่ไก่วันละถาดเพื่อมีกำลังรวมทั้งช่วยปกป้องแนวทางการทำคุณไสย์ มีการประพรมน้ำมนต์ หมอบางคนจะมีกรวยทำจากใบตองหรือปลอกเขาทำมาจากทองเหลืองไหมไผ่ ซึ่งจะถอดออกเมื่อจะปลดปล่อยให้วัวชนกัน